'ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์' (ALL) ย้ำชัด เดินหน้าเปิดทุกโครงการตามแผน ระบุผู้ถือหุ้น - นักลงทุน  ไร้กังวลอย่าแพนิก (Panic) ตามการผันผวนของกระแสข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมถือฤกษ์ดี 3 - 4 ส.ค.นี้ เตรียมเปิดพรีเซล โครงการดิ เอ็กเซล ลาดพร้าว - สุทธิสาร พร้อมอัดแคมเปญ ONE PRICE #RIGHT NOW 6 โปรเจค คอนโดมิเนียม ทำเลทองย่านรถไฟฟ้า หวังเอาใจผู้บริโภค และกระตุ้นยอดขายในครึ่งปีหลัง     

     ธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ALL เปิดเผยว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการ รวมถึงส่งมอบในทุกโครงการ ตามที่ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และจะช่วยผลักดันรายได้รวมในปี 2562 เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 4,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ระดับเกือบเท่าตัว จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,342.97 ล้านบาทตามที่บริษัทฯประมาณการณ์ไว้ โดยในช่วงไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมแล้วที่ 852.36 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2562 นั้น ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทฯ เตรียมแจ้งงบต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงปลายสัปดาห์หน้า (9 ส.ค.)

     โดยในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีโครงการสร้างเสร็จใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งทุกโครงการมียอดขายดีต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว - นวมินทร์ (The Vision Ladprao - Nawamin) มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 2/2562 2.โครงการ อิมเพรสชั่น ภูเก็ต (Impression Phuket) มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 3/2562 และ 3.โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 (The Excel Hideaway Sukhumvit 71) มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 4/2562

     ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายยอดขาย (Presale) ในปี 2562 ไว้ที่ระดับ 7,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. - มิ.ย. 62) ที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรวมแล้วประมาณ 4,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของเป้าหมายทั้งปี ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการใหม่แล้ว จำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 5,750 ล้านบาท ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดตัวจำนวน 4 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 12,500 ล้านบาท

     นอกจากนี้ ในช่วงระว่างวันที่ 3 - 4 สิงหาคมนี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดขายโครงการ ดิ เอ็กเซล ลาดพร้าว - สุทธิสาร มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท โดยจับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเริ่มทำงาน มีรายได้ประมาณ 25,000 - 40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งบริษัทฯ คาดจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันมียอดผู้สนใจลงทะเบียนแล้วกว่า 4,000 ราย ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้ตั้งเป้าหมายจะมียอดขายโครงการนี้ ที่ประมาณ 70% ในช่วง 3 เดือนแรกหลังเปิดขาย

     พร้อมกันนี้ ในช่วงวันเดียวกัน ( 3 - 4 สิงหาคม) บริษัทฯ เตรียมจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาด ภายใต้ชื่อแคมเปญ 'ONE PRICE #RIGHT NOW พลาดคราวนี้ไม่มีคราวหน้า!' โดยจะนำโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT พร้อมเฟอร์นิเจอร์แต่งครบ ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.39 ล้านบาท รวมจำนวน 6 โครงการ เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว ซึ่งแต่ละโครงการโดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตตามสโลแกน 'Class of Living' ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถจองเพียง 5,000 บาท โดยไม่ต้องทำสัญญา ทั้งนี้ บริษัทฯ มั่นใจแคมเปญดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 3/2562

     สำหรับ 6 โครงการที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว ประกอบด้วย 1.โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50 ใกล้ BTS สถานีอ่อนนุช ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.2 ล้านบาท, 2.โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 ใกล้ BTS สถานีพระโขนง ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.79 ล้านบาท, 3.โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาซาล 17 ใกล้ BTS สถานีแบริ่ง ราคาขายเริ่มต้นที่ 1.39 ล้านบาท 4.โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18 ใกล้ MRT สถานีสุทธิสาร ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาท, 5.โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา – ห้วยขวาง ใกล้ MRT สถานีห้วยขวาง ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาท และ 6.โครงการ ไรส์ พหล – อินทามระ  ใกล้ BTS สถานีสะพานควาย ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท

     "สำหรับราคาหุ้น ที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา ไม่อยากให้ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนต้องกังวล เนื่องจาก ALL เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีต่อเนื่อง ประกอบการบริษัทฯมีแผนในการเปิดตัวโครงการ และส่งมอบโครงการตามกำหนดที่เคยประกาศไว้ ทั้งนี้แม้ว่า ALL จะเป็นบริษัทฯขนาดกลาง แต่เราก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทุกโครงการของ ALL ให้เป็นที่ยอมรับในมาตรฐานระดับชั้นแนวหน้า ดังนั้นจึงไม่อยากให้นักลงทุนคลายความกังวลจากการแพนิก (Panic) ที่เกิดขึ้น โดยหากให้รอดูแนวโน้มผลผการดำเนินงานที่กำลังจะออกมา ซึ่งเชื่อว่าหากบริษัทฯ ประกาศงบออกมา จะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตของ ALL ได้ดีขึ้น"