'บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์' (JWD) วางเป้าหมายรายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์ยานยนต์ในปีนี้เติบโตกว่า 10% หลังได้รับงานให้บริการแบบ On-site yard management และให้เช่าพื้นที่รับฝากและบริหารยานยนต์จากลูกค้าใหม่ 3 ราย เป็นระยะเวลา 3 ปี รวมมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 130 ล้านบาท พร้อมวางแผนเตรียมขยายบริการแก่ลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน

     ชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD เปิดเผยว่า ในปี 2563 คาดว่าธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์ (โลจิสติกส์ยานยนต์) จะเติบโตได้ดี โดยตั้งเป้าหมายรายได้ 625 ล้านบาท เติบโตกว่า 10% แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ในปีนี้มีแนวโน้มทรงตัวหรือชะลอตัวเล็กน้อย จากปัญหาความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียานยนต์

     ปัจจัยการเติบโตของธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์ จะมาจากการขยายฐานลูกค้าใหม่และขยายขอบเขตให้บริการในภูมิภาคอาเซียน ล่าสุดบริษัท ออโต้ลอจิค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JWD ที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าว ได้รับงานจากลูกค้าใหม่ 3 รายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คิดเป็นมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ในปีนี้รวมกว่า 130 ล้านบาท โดยลูกค้าแต่ละรายทำสัญญาใช้บริการเป็นระยะเวลา 3 ปี

     สำหรับลูกค้าใหม่ 3 รายดังกล่าว ได้แก่ (1) งานให้บริการแบบ On-site yard management โดย JWD จะส่งทีมงานเข้าไปให้บริการถึงภายในพื้นที่โรงงานและลานจอดพักยานยนต์ของลูกค้า ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่มีโรงงานตั้งอยู่ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง บนเนื้อที่เกือบ 200 ไร่ โดยจะให้บริการรับรถจากโรงงานมายังลานจอดพักรถและบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ของ JWD เพื่อจัดส่งรถแก่ดีลเลอร์ตามที่ได้รับมอบหมาย ปัจจุบันเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว

     (2) งานให้บริการแบบ On-site yard management แก่บริษัทผู้ผลิตรถแบรนด์ชั้นนำจากยุโรป ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช โดยให้บริการรับรถจากโรงงานมายังลานจอดพักรถและจัดส่งให้ดีลเลอร์ตามที่ได้รับมอบหมายเช่นเดียวกัน ปัจจุบันเริ่มให้บริการแล้ว และ (3) งานให้บริการเช่าพื้นที่เพื่อรับฝากและบริหารยานยนต์แก่บริษัทผู้ผลิตรถแบรนด์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีนี้เป็นต้นไป โดยในปีนี้จะเช่าพื้นที่รับฝากรถรวม 28 ไร่ และเพิ่มเป็น 38 ไร่ในปีหน้า

     "ปัจจัยที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าใหม่ มาจากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ Auto Management System (AMS) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และสามารถพัฒนาโซลูชั่นเพื่อให้บริการและแก้ไขปัญหาแก่ลูกค้าแบบเฉพาะราย ตลอดจนการนำประสบการณ์และองค์ความรู้ในธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์กว่า 10 ปีมาปรับใช้ เพื่อช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาและสามารถจัดส่งรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเวลาและไม่เกิดข้อผิดพลาด"

     ทั้งนี้ JWD มีแผนขยายธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศเมียนมา กัมพูชาและเวียดนาม จากปัจจุบันที่มีลูกค้าในประเทศเป็นหลัก โดยใช้จุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีซอฟต์แวร์การบริหารโลจิสติกส์ยานยนต์ที่ทันสมัย เพื่อเข้าไปให้บริการต่างๆ เช่น บริการขนส่งรถข้ามแดน, บริการแบบ On-site service เป็นต้น

     “ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ธุรกิจรับฝากและบริหารยานยนต์ของ JWD ทำผลการดำเนินงานได้ดี หลังจากได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันเรามีฐานลูกค้าหลักที่เป็นผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำรวม 8 ราย และถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำ Service Provider ด้านโลจิสติกส์ยานยนต์ จึงเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าโลจิสติกส์ยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนได้เช่นเดียวกับการให้บริการโลจิสติกส์ด้านอื่นของ JWD” ชวนินทร์ กล่าว