'บลจ.กสิกรไทย' จ่ายปันผล 3 กองอสังหาฯ กว่า 100 ล้านบาท เผยมั่นใจผลประกอบการในระยะยาว  

     วิทวัส อัจฉริยวนิช รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ  จ่ายปันผลกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลด์ (GOLDPF) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ในอัตรา 0.1850 บาทต่อหน่วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เคพีเอ็น (KPNPF) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ในอัตรา 0.1065 บาทต่อหน่วย และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ (MJLF) สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ในอัตรา 0.1750 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 20 มีนาคม 2563 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 115.03 ล้านบาท

     โดย กองทุน GOLDPF มีนโยบายลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ ขนาด 162 ห้องของโครงการเดอะ เมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซคคิวทีฟ อพาร์ทเมนต์ ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ต้องการเข้าพักเพื่อรักษาตัวในระยะยาวก่อนกลับประเทศ กลุ่มลูกค้าสถานทูต รวมถึงกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่มีการส่งพนักงานมาอบรมในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้กองทุนสามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้ถึง 40.71 ล้านบาท

     ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2550 มีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 23 ครั้ง เป็นเงิน 5.7835 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 4.74% ต่อปี สำหรับมุมมองต่อการทำกำไรของโครงการ หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศลดลง มีผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของโครงการ อย่างไรก็ดี โครงการยังคงมีผู้เข้าพักที่ทำสัญญาระยะยาวซึ่งสามารถช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวได้

     “สำหรับ กองทุน KPNPF มีนโยบายลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสำนักงาน และระบบสาธารณูปโภคของอาคารเคพีเอ็น ทาวเวอร์ ที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะผ่านหน้าโครงการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 ทำให้มีแนวโน้มความต้องการเช่าพื้นที่และโอกาสปรับอัตราเค่าเช่าในอนาคต สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่ส่งผลต่อรายได้ของกองทุนมากนัก แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจหดตัว ซึ่งมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของผู้เช่าอาคารสำนักงานได้ ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2556 มีการจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 27 ครั้ง เป็นเงิน 3.3580 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 5.02% ต่อปี”

     ด้าน กองทุน MJLF มีนโยบายลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารโครงการ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน โครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน และโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีลักษณะเป็นอาคารไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ ที่มีการจำหน่ายสินค้าและเป็นศูนย์รวมความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ อาทิ โรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง ฟิตเนส ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น โดยในปีที่ผ่านมาโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ได้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์โครงการให้มีความทันสมัย อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ทำให้การเดินทางมายังโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และโครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ ซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน สะดวกมากยิ่งขึ้น จึงคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวมีแนวโน้มการปรับตัวของอัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าพื้นที่โดยเฉลี่ยเชิงบวก

     อย่างไรก็ตาม โครงการทั้ง 3 แห่ง อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้นจากการปิดให้บริการในส่วนของโรงภาพยนตร์เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563 เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยจะเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ในส่วนของผลการดำเนินงานปี 2562 ที่ผ่านมา กองทุนสามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานได้ถึง 268.51 ล้านบาท โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2550 มีการจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 50 ครั้ง เป็นเงิน 11.6680 บาทต่อหน่วย หรือ คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 9.31% ต่อปี