"หัวเว่ย" เผยเส้นทางสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ในการให้บริการที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้

     บิล ถัง ประธานฝ่ายบริการทางเทคนิคระดับโลก หัวเว่ย กล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการที่ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกต่างต้องแบกรับภาระหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมที่มากขึ้นในการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ภายในงานประชุมกลุ่มผู้ใช้หัวเว่ย (Huawei User Group Meeting) ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายใต้สุนทรพจน์หัวข้อ “พาร์ทเนอร์ด้านการให้บริการที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้ทุกเมื่อ” (Reliable & Trusted Service Partner at All Times) ว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกได้ยกระดับการทำงานขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นว่าการเชื่อมต่อและการสื่อสารของฐานลูกค้าและชุมชนนั้นๆ จะยังคงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ

     “จากสถานการณ์ความท้าทายดังกล่าว หัวเว่ยในฐานะผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมชั้นนำของโลกได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อรักษาการจัดการเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ และส่งมอบบริการที่ไม่ถูกรบกวนโดยง่ายแก่ผู้ใช้งานของเรา หัวเว่ยอาศัยศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มดิจิทัลของตนเอง เพื่อรับประกันการส่งมอบบริการและการบำรุงรักษาด้านดิจิทัลในระดับแนวหน้า ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้นผ่านคุณภาพการบริการที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ บริการลูกค้าสัมพันธ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI, การสาธารณสุขออนไลน์ และแนวทางใหม่ด้านการตลาดต่างช่วยสร้างความแตกต่างให้แก่กลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย”

     ในปีนี้ หัวเว่ยได้ติดตั้งไซต์โครงข่าย 5G และ 4G จำนวนหลายแสนแห่งทั่วโลก ทั้งประเภทเส้นใยแก้ว (optical) และเสาที่ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายหลัก (core network sites) โดยทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนแพลตฟอร์ม Integrated Service Delivery Platform (ISDP) ของเรา จนถึงตอนนี้แพลตฟอร์ม ISDP มีแอปพลิเคชันมากกว่า 100 แอปฯ และมีบริการย่อยอีกมากกว่า 500 รายการ ซึ่งทั้งหมดนี้ครอบคลุมตั้งแต่ส่วนงานการส่งมอบการออกคำสั่งซื้อ การสำรวจ การส่งมอบ การตรวจรับ การออกใบแจ้งหนี้ และการเก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยลดการสัมผัสหรือใกล้ชิดระหว่างบุคคลและลดความเสี่ยงทางสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นได้

     “เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่ลดต้นทุนของหัวเว่ยเท่านั้น แต่รวมถึงต้นทุนของลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเราด้วย เราต้องการสร้างอีโคซิสเต็มที่ลดค่าใช้จ่ายของทั้งอุตสาหกรรม และการระบาดครั้งใหญ่นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของเราที่จะผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล”

     ในด้านการดำเนินการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา (O&M) เครือข่าย ระบบ AUTomation และ INtelligence (AUTIN) สามารถคาดคะเนและตรวจจับความผิดพลาดล่างหน้าได้อย่างแม่นยำ

     ในด้านการดำเนินการปฏิบัติงาน หัวเว่ยได้นำเสนอแพลตฟอร์ม ADO และใช้เทคโนโลยี Machine Learning รวมถึงเทคโนโลยี AI อื่นๆ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านคุณภาพประสบการณ์การใช้งานต่ำที่ผู้ใช้งานประเภทครัวเรือนต้องพบเจอ และยังสามารถช่วยจัดการด้านการร้องเรียนจากลูกค้าได้อีกด้วย

     ระหว่างการระบาดของโควิด-19 สิ่งที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญสูงสุดคือรักษาการเชื่อมต่อกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ โซลูชันศูนย์บริการลูกค้าแบบ AI ของหัวเว่ยนำเสนอแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง มีความอัจฉริยะ และใช้รูปแบบวิดีโอเป็นหลัก ด้วยความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายโซลูชัน AICC นี้จะให้บริการลูกค้าสัมพันธ์แบบอิงตามสถานการณ์เฉพาะให้กับภาคอุตสาหกรรมแนวดิ่ง อย่างเช่น หน่วยงานรัฐ สาธารณสุข ประกันภัย อินเทอร์เน็ต และธนาคาร

     อย่างไรก็ตาม บริการที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการขับเคลื่อนในรูปแบบดิจิทัล GDE (General Digital Engine)อันทรงพลังของหัวเว่ย ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์และเป็นอีโคซิสเต็มที่สนับสนุนการต่อขยายและรองรับบริการย่อยต่างๆ

     “วัตถุประสงค์หลักของการประชุมครั้งนี้คือรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ และความคาดหวังของทุกท่าน ซึ่งผมเชื่อว่าเสียงสะท้อนของทุกๆ ท่านคือพลังในการพัฒนาของหัวเว่ย”