• 21 September 2020 at 14:41

     "ธนาคารออมสิน" เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) ที่ออกโดย "การเคหะแห่งชาติ" วงเงิน 6,800 ล้านบาท เพื่อลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานและราคาที่เหมาะสม ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) เล็งปี 2564 ออกพันธบัตรเพื่อสังคมเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง

     ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานงานแถลงข่าวการออกพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติและการลงนามในสัญญาการจัดจำหน่าย ระหว่างการเคหะแห่งชาติและธนาคารออมสิน โดยมี เอด วิบูลย์เจริญ ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ, ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ, Hideaki Iwasaki, Thailand Country Director, Asian Development Bank และ วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมในการแถลงข่าว

     วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อสังคม หรือ Social Bond ของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ.2563 วงเงินไม่เกิน 6,800 ล้านบาท นับเป็นครั้งแรกของรัฐวิสาหกิจไทยที่มีการออกพันธบัตรประเภทนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้คัดเลือกธนาคารออมสินให้เป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย พันธบัตรมีจำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.02% ต่อปี รุ่น 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.64% ต่อปี และรุ่น 15 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.90% ต่อปี กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย ทั้งนี้ ได้เปิดให้นักลงทุนแสดงความจำนงแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 และจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 22 กันยายน 2563 นี้

     “ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีบริการทางการเงินครบวงจร รวมถึงการให้บริการธุรกรรมทางการเงิน เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือตราสารหนี้ต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรของภาครัฐ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปลงทุนและพัฒนาหลากหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือสังคมในภาพรวม ที่สำคัญเป็นหนึ่งในกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย โดยที่ผ่านมาธนาคารออมสินถือเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรรัฐวิสาหกิจในระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งการเป็นผู้จัดการจัดจำหน่าย พันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะในครั้งนี้ นอกจากเป็นการให้บริการทางการเงินดังกล่าวแล้ว ยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของธนาคารออมสินที่มุ่งเน้นการทำภารกิจด้านสังคม หรือ Social Bank เช่นเดียวกัน”

     ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) ของการเคหะแห่งชาติในครั้งนี้ เป็นการออกพันธบัตรเพื่อสังคมครั้งแรกของรัฐวิสาหกิจไทยตามนโยบายของ จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ต้องการให้มีการระดมทุนจากตลาดทุนเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมผ่านการลงทุนในพันธบัตรเพื่อสังคม โดยที่นักลงทุนยังได้ผลตอบแทนทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการคลังที่สนับสนุนการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG Bond) ที่สนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจออกพันธบัตรเพื่อสังคม พันธบัตรเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน เพื่อนำเงินที่ระดมทุนได้มาพัฒนาประเทศตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ทั้ง 17 เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกได้ให้การรับรองและคำมั่นในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

     สำหรับการออกพันธบัตรเพื่อสังคมของการเคหะแห่งชาติ ในครั้งนี้ เป็นการออกพันธบัตรเพื่อ Refinance การลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยทั้งประเภท เช่า เช่าซื้อ และซื้อ ที่มีระดับราคาที่รับภาระได้ เป็นการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 การทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์มีความยั่งยืนและประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ซึ่งจะมีประชาชนประมาณ 13,569 ครัวเรือน หรือประมาณ 54,000 คน ได้รับประโยชน์จากการออกพันธบัตรในครั้งนี้ ทั้งนี้ การออกพันธบัตรจะดำเนินการออกเป็น 3 ชุดคือ อายุ 5 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุ 10 ปี วงเงิน 2,800 ล้านบาท และอายุ 15 ปี วงเงิน 3,000 ล้านบาท กำหนดออกพันธบัตรในวันที่ 23 กันยายน 2563 ซึ่งการออกพันธบัตรเพื่อสังคมในครั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการแบบให้เปล่าจาก Asian Development Bank ทำให้การออกพันธบัตรเป็นไปตามมาตรฐานสากลของ International Capital Markets Association (ICMA) และ ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และในปี 2564 กคช. ตั้งเป้าหมายการออกพันธบัตรเพื่อสังคม หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนเพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

     ด้าน ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงนโยบายการออกพันธบัตรของการเคหะแห่งชาติในปี 2564 เพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติมีแผนการระดมทุนในรูปแบบการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) หรือพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ซึ่งเป็นการจัดหาแหล่งเงินทุนในต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการบ้านเคหะสุขประชา ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับนโยบายให้จัดสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน 100,000 หน่วย ในระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 – 2569 โดยจัดสร้างปีละ 20,000 หน่วย และส่งมอบในวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ และประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงผู้บุกรุกในพื้นที่สาธารณะได้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

     นอกจากนี้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ มีแผนการออกแบบและก่อสร้างโครงการให้เป็นไปตามเกณฑ์ ECO-VILLAGE ของ กคช. หรือมาตรฐานการประหยัดพลังงาน เช่น บ้านเบอร์ 5 ที่การเคหะแห่งชาติร่วมดำเนินการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย