"กรมสรรพากร" เพิ่มทางเลือกให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในการใช้สกุลเงินต่างประเทศ เป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน (Functional Currency) 23 สกุลเงิน เพียงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดำเนินการแจ้งและขออนุมัติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ www.rd.go.th หรือ https://etax.mof.go.th เพื่อความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่าย และเพื่อทำให้เกิดความเหมาะสมกับธุรกิจนั้น ๆ

     สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้เพิ่มทางเลือกในการใช้สกุลเงินอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน (Functional Currency) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั้งหมด 23 สกุลเงิน มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

     1. จัดทำบัญชีและมีผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีให้การรับรองว่าใช้เงินสกุลนั้น ๆ ในการดำเนินงาน

     2. สกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานต้องเป็นสกุลเงินตามประกาศกระทรวงการคลัง

     3. ยื่นคำขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในเวลา 6 เดือน นับแต่วันแรกของรอบบัญชีที่ประสงค์จะใช้สกุลเงินนั้น ในการดำเนินงาน

     4. ยื่นแบบฯ ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร และใช้ Username และ Password นั้นในการเข้าใช้ระบบ

     5. ยื่นแบบ ส.ง. 1 หรือ ส.ง.ป. 1 หรือแบบขออนุมัติเปลี่ยนแปลง ส.ง. 2 หรือ ส.ง.ป. 2 แล้วแต่กรณี ทางเว็บไซต์ www.rd.go.th

     6. Scan หนังสือรับรองการจัดทำบัญชีใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน และ Upload ทางเว็บไซต์ www.rd.go.th

     บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดที่สนใจสามารถเข้ามาแจ้งและขออนุมัติได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร “www.rd.go.th” > เมนู “e-SERVICES” > หัวข้อ “ภาษีเงินได้นิติบุคคล” > ระบบขออนุมัติใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน > เข้าสู่ระบบ ใช้รหัส Username และ Password เดียวกับการยื่นแบบฯ ทางอินเทอร์เน็ต (e-Filing)

     นอกจากนี้ยังสามารถยื่นความประสงค์ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราสกุลไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ ในการดำเนินงานได้ทางระบบ Tax Single Sign On ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง https://etax.mof.go.th ได้อีกช่องทางหนึ่ง

     “ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราของไทย (บาท) ในการชำระภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น จะได้ประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยลดปัญหาการบันทึกบัญชี ที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งยังทำให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับธุรกิจต่าง ๆ อีกด้วย เป็นต้น”