"การเคหะแห่งชาติ" เร่งเดินหน้าช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในราคาที่สามารถรับภาระได้ตามนโยบายของรัฐบาลภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ภายใต้ “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” ภายใต้กรอบวงเงิน 5,207 ล้านบาท โดยในปี 2563 สำนักงบประมาณได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้การเคหะแห่งชาติ จำนวน 346.60 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ประมาณ 500 ราย

     ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งได้ดำเนินโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึงตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย รวมถึง “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย” ซึ่งได้รับการอนุมัติในหลักการจากคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประชาชนที่มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อในการซื้อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินทั่วไป ให้มีโอกาสได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ภายใต้กรอบวงเงิน 5,207 ล้านบาท โดยในปี 2563 สำนักงบประมาณได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้การเคหะแห่งชาติ จำนวน 346.60 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ประมาณ 500 ราย

     “โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น เป็นการลดความเหลื่อมล้ำในด้านที่อยู่อาศัยตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งยังสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) ที่ต้องการให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว โดยการเคหะแห่งชาติจะต้องพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย จำนวน 2.27 ล้านหน่วย ทั้งการก่อสร้างเอง และการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว”

     สำหรับการดำเนิน "โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย" การเคหะแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย (คบส.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการเงิน ด้านสินเชื่อ ด้านกฎหมาย ด้านบริหารความเสี่ยง และด้านที่อยู่อาศัย ร่วมทำหน้าที่บริหารการให้สินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ โดยช่วงเวลาที่ผ่านมาเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชน ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อของผู้มีรายได้น้อยยากกว่าในช่วงสถานการณ์ปกติ ในเดือนกันยายน 2563 คณะกรรมการ คบส. ได้พิจารณาเห็นชอบการให้สินเชื่อเช่าซื้อกับลูกค้า ภายใต้โครงการดังกล่าว จำนวน 27 ราย เป็นวงเงิน 18.48 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 3.5% ในปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ย 4% ในปีที่ 3-4 และอัตราดอกเบี้ย 4.5 % ในปีที่ 5 

     ทั้งนี้ ลูกค้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 (เชิงสังคม) ที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สามารถยื่นขอสินเชื่อกับโครงการดังกล่าวได้ โดยการเคหะแห่งชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเช่าซื้อโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำคัญ ได้แก่ ผู้เช่าซื้อต้องมีสัญชาติไทย รายได้ครัวเรือนไม่เกิน 41,600 บาท/เดือน/ครัวเรือน อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 60 ปี (ในกรณีอายุเกิน 60 ปี ต้องหาผู้เช่าซื้อร่วม และจะพิจารณาเป็นรายๆ) รวมทั้งต้องมีอาชีพและรายได้ที่สามารถตรวจสอบได้และสอดคล้องกับหลักฐานที่นำมาแสดง ตลอดจนต้องไม่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้ย้อนหลัง 3 เดือน (กรณีที่มีประวัติค้างชำระแล้วไปปิดยอดหนี้จะพิจารณาอนุมัติเป็นรายๆ) 

     ผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อเช่าซื้อและตอบแบบสัมภาษณ์การขอเช่าซื้อ พร้อมแสดงเอกสารและหลักฐานครบถ้วนได้ที่สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ และสำนักงานเคหะนครหลวง หรือ สำนักงานเคหะจังหวัดในพื้นที่ หรือสอบถามรายละเอียดของโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1615